เมื่อเลขศูนย์ คือ พื้นฐานสู่ความสำเร็จ

หลายคนอาจจะมองเลขศูนย์เป็นความว่างเปล่า แต่สำหรับผม เลขศูนย์ในที่นี้หมายถึง การเริ่มต้นอะไรบางอย่างเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวไปสู่ความสำเร็จ ผมขอเล่าเรื่องราวครอบครัวและประสบการณ์ที่ผ่านมาของตนเอง น่าจะพอจุดประกายความคิดไม่มากก็น้อย ลองติดตามกันดูครับ

ผมเกิดมาในครอบครัวเชื้อสายจีน อากงอาม่าหอบเสื่อผืนหมอนใบข้ามน้ำข้ามทะเลหลีกหนีความยากจนมาจากแดนไกล คุณพ่อของผมได้เรียนจบแค่ ป.4 ต้องลาออกมาช่วยค้าขายหาเงินเลี้ยงครอบครัว ส่วนคุณแม่ได้เรียนถึง ม.3 แล้วก็ลาออกมาช่วยที่บ้านเช่นเดียวกัน ท่านทั้งสองได้พบรักและแต่งงานกันโดยมีผมเป็นลูกคนโต ผมเกิดมาในช่วงครอบครัวกำลังสร้างฐานะต้องรู้จักขยันอดออม บ้านเดิมอยู่ตลาดน้อยเป็นบ้านเช่านอนรวมกันในห้องเดียว มีรถเฟียตรุ่นเก่าเป็นพาหนะประจำบ้าน ทานก๋วยเตี๋ยวเป็นกับพร้อมข้าวแบ่งกัน และช่วยที่บ้านหารายได้ในวันหยุดกับปิดเทอม แต่มีบางสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กัดฟันยอมควักเงินก้อนจ่ายไปแบบไม่เสียดายนั่นคือ การศึกษาและท่องเที่ยว ลูกทุกคนได้เรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ และได้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อย เพราะท่านรู้ว่าความรู้และประสบการณ์เป็นต้นทุนชีวิตที่มีค่าต่อความสำเร็จในอนาคต

ชีวิตที่ผ่านความยากลำบากเริ่มต้นจากศูนย์ ช่วยหล่อหลอมให้คนเราแข็งแกร่ง ขยันอดทน มุมานะสู่ความสำเร็จ จุดนี้ผมมีคุณพ่อเป็นแบบอย่าง ท่านปลูกฝังความคิดจนเป็นผมทุกวันนี้ ท่านสอนเรื่องการประหยัดอดออม ใช้น้อยกว่าที่หามา สร้างรายได้หลายทางเพื่อความมั่งคั่งอย่างมั่นคง ระมัดระวังการเป็นหนี้ ไม่ทำอะไรเกินตัว สมัยเรียนประถมผมเรียนหนังสือไม่ค่อยเก่งสอบได้ที่ท้าย ๆ ของห้องตลอด มีอยู่วันหนึ่งตอนป.5 ผมนั่งคิดกับตัวเองว่า อยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจบ้างก็เลยไปเปิดสมุดพกพบว่า วิชาเลขเป็นวิชาที่เกรดดีสุด เลยตั้งใจเรียนโฟกัสที่วิชานี้ให้ได้เกรด 4 มาโดยตลอด พอทำสำเร็จเริ่มมีกำลังใจมุ่งมั่นทำเกรดวิชาอื่นให้ดีขึ้น จากเด็กเกรด 1 กว่าในชั้นประถมมาเป็นเกรด 3.45 ในชั้นมัธยมปลาย จนสอบเอนทรานซ์ติดคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นเบ้าหลอมให้ผมเป็นคนใช้เหตุผล รู้จักคิดวิเคราะห์ มองปัจจัยแวดล้อมรอบตัว ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาทั้งที่บ้านและที่เรียนเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสมการความสำเร็จในชีวิต

หลังจากเรียนจบ ผมเริ่มต้นหาประสบการณ์ทำงานประจำในองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมกับเขียนเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนว่าต้องการมีอิสรภาพทางการเงินก่อนวัยเกษียณ โดยกำหนดอายุและมูลค่าทรัพย์สินที่ต้องการ บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าคนเราสามารถสร้างฐานะให้มั่งคั่งอย่างมั่นคงได้ด้วยตนเอง ผมหมั่นทำบันทึกรายได้ การออม และทรัพย์สินต่าง ๆ เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นทำงาน โดยตั้งกฎเหล็กสำหรับตนเองไว้ว่า

1. อัตราการออมต้องมากกว่า 40% ของรายได้

 

2. รายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 15% จากปีก่อน

 

3. หนี้สินต่อทรัพย์สินต้องไม่เกิน 2 เท่า

 

4. ทรัพย์สินต้องเพิ่มขึ้นทุกปีตามแผนที่วางไว้

นอกจากงานประจำ ผมแสวงหาประสบการณ์การลงทุนสนามจริงในตลาดหุ้น กองทุนรวม และอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกับศึกษาเคล็ดลับความสำเร็จของคนอื่นผ่านการอ่านหนังสือ อ่านรีวิวในเน็ต และชมคลิปในยูทูป ลองผิดลองถูกอยู่นานจนรู้ตัวแล้วว่า ชอบลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เรียนรู้ได้เรื่อย ๆ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะเป็นทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดให้กับผม ซึ่งผมถือคติว่า เงินทองหามาเหนื่อยยาก ต้องรู้จักจัดทัพเงินออมสร้างดอกผลให้กับเรา

ปัจจุบันผมทำงาน 3 อาชีพหลัก มีงานประจำทำในแวดวงการเงิน เป็นนักลงทุนในอสังหาฯ และเป็นบล็อกเกอร์ด้านการเงินและอสังหาฯ ยืนอยู่บนจุดสูงกว่าที่เคยฝันไว้ หากนับจากวันเริ่มเขียนเป้าหมายถึงตอนนี้ก็ 15 ปีแล้ว พบว่ากฎเหล็กทุกข้อที่ตั้งไว้ทำได้ดีกว่าหมด ผมเชื่อเรื่องเขียนเป้าหมาย คิดถึงมันบ่อย ๆ แล้วลงมือทำสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นจริง ทุกวันนี้ผมมาครึ่งทางฝันแล้วและเห็นเส้นทางไปต่อสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน สุดท้ายอยากฝากไว้เตือนสติว่า เป้าหมายในชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องความมั่งคั่ง ยังมีเรื่องครอบครัวที่อบอุ่นด้วย เราต้องรู้จักแบ่งเวลาให้สมดุล รู้ว่าแต่ละช่วงอายุต้องทำอะไรเพื่อไม่ให้เกิดคำว่าสายเกินไปครับ

Cr.https://www.krungsri.com/bank/th/krungsri-guru/guru/wealth/october-2016/create-your-success-from-zero.html

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s